Arthit's profileLove me love my GodPhotosBlogListsMore Tools Help

Arthit chimpleewat

Occupation
Location
No list items have been added yet.

Love me love my God

7/19/2007

ไปต่างประเทศนะจ๊ะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ

มีเรื่องที่พระเจ้าได้ทำให้ผมได้เดินทางมาทำงานต่างประเทศอย่างอัศจรรย์มาเล่าให้ฟัง
-/\-

 

ที่มาเนื้อหาในนี้คือ
มีคนถามผมใน MSN ว่า

พระเจ้านำอย่างไร ?
ทำยังไงถึงได้ไป ?

อะไรที่คิดว่าเป็นจุดเปลี่ยน ?


ก็เลยเหมามาตอบในนี้ครับ


ต้องขอเล่าย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 ปลายๆปี

ช่วงที่ผมเพิ่งย้ายมาจากเชียงใหม่


ตอนก่อนจะย้ายมา ก็รู้สึกว่า อยากทำงานที่เชียงใหม่

และอยากอยู่ที่เชียงใหม่ อยากผูกพันธ์ตัวและร่วมรับใช้กับพี่น้องที่โน่น

จึงไม่ค่อยอยากมานัก


ตอนนั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจ

ว่าส่งอีเมล์สมัครงานในเชียงใหม่ไปเป็นร้อยที่

ทำไมถึงไม่มีที่ใหนตอบรับ ทั้งๆที่มีความเหมาะสมหลายอย่าง และเงินเดือนก็ไม่ได้เรียกสูง

แต่ที่ ก.ท.ม

ผมส่งใบสมัครไปที่โรงแรม 5 ดาว หลายๆที่

ทุกที่ตอบกลับมาหมด และไม่เกี่ยงเรื่องเงินเดือน


ช่วงนั้นจึงเป็นช่วงที่ผมลำบากใจมาก ต้องอดอาหารและอธิษฐานอย่างหนักเพื่อแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า


สุดท้ายก็บอกกับพระเจ้าว่า

ถ้าอยู่ที่ใหนแล้วพระเจ้านำไป และเกิดผล ก็ขอหมายสำคัญด้วยเถิด

ตอนนั้นก็ขอไปว่า

1. ให้ได้งานในโรงแรมที่มีสาขาทั่วโลก (เพื่อสนับสนุนงาน World Mission)
2. ขอให้ได้วันหยุดเสาร์ - อาทิตย์
3. ขอให้มีเงินเดือนมากขึ้นเพื่อดูแลตนเองและคุณพ่อได้ (ระบุเงินเดือนด้วย)
4. ขอให้มีโอกาสในการเดินทางต่างประเทศเพื่อประกาศพระนามพระเจ้า


ต่อๆ.....

ในระหว่างนั้น ก็มีการขึ้นลงเชียงใหม่ กรุงเทพเป็นระยะๆ

เรื่องแปลกก็คือ งานโรงแรมอินเตอร์ในกรุงเทพ มีเรียกสัมภาษณ์และตกลงรับเข้าทำงานตลอด

แต่ติดเงื่อนไขเรื่องวันหยุดบ้าง

หรือเงื่อนไขเรื่อง จำนวนสาขาบ้าง

ผมจึงปฏิเสธไป

แต่ในขณะเดียวกัน งานที่เชียงใหม่กลับไม่มีเรียกสัมภาษณ์เลย... T_T

ในที่สุดเดือน พ.ย. 2005 ผมก็ได้เซ็นต์สัญญาเริ่มงานกับ Hilton ที่คลองสาน

ตามที่เพื่อนๆทุกคนเห็นๆอยู่นี่แหละครับ

^__^


หลังจากผ่านไป 1 ปี แม้พื้นฐานผมที่สมุย 2ปี / เชียงใหม่ 2 ปี จะมาจากกลุ่ม Power Pro/ IF (เนื่องจากทำงานโรงแรม) และ ก็ยังมีภาระใจเรื่องงานพันธกิจโลก

แต่พระเจ้าก็นำผมให้มาเจองานรับใช้ในอีกรูปแบบ  คือ "งานทีมนมัสการ"ครับ โดยมี ป็อบมาแซวเล่นๆ ผมสมัครจริงๆ

เป็นทีมใหม่ของส่วน C ดำเนินงานโดยพี่หงษ์ครับ

ผมได้ค้นพบตัวเองว่า ผมมีสันติสุขเวลานมัสการ

และรักการทำทีมมากๆ จนผมเริ่มทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับงานนมัสการ

ระหว่างนั้นเรื่องพันธกิจโลก + IF. เหมือนจะถูกพักไว้ชั่วขณะหนึ่ง

แต่ผมไม่ได้เอะใจเลยว่า

ที่พระเจ้าเตรียมให้รู้งานหลายๆด้านนั้น ก็เพื่อ

"เตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ให้จำเริญขึ้น"  (อฟ 4:12)


ในระหว่างนั้น พระเจ้าก็ยังคงจัดเตรียมสิ่งต่างๆไว้ให้โดยที่ผมไม่รู้ตัว

เช่น นำเจ้านายจาก เซี่ยงไฮ้ ให้มาพบปัญหาบางอย่างแล้วเราเป็นคนช่วยเหลือ

ได้เจอกับเจ้านายจากสิงค์โปร์

ได้เจอกับเจ้านายติดตัวที่นับขึ้นไป 3 ขั้น เป็นคริสเตียนทั้งหมด

ให้เราได้เก็บเงินผ่านระบบของบริษัท

แล้วการทดสอบใจก็มาถึงแบบไม่ทันตั้งตัว !

 


ในตอนที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีนั้น

ปลายเดือนตุลาคม 2006

ผู้นำที่เชียงใหม่ (อ.โอฬาริค)ซึ่งกำลังจะไปพันธกิจที่ไนจีเรียได้ถามแบบไม่มีเวลาให้คิดว่า

ถ้าจะไปไนจีเรียด้วยกัน สามารถไปด้วยได้ใหม ต้องตอบภายใน 30 นาทีนี้แล้ว เพราะต้องคอนเฟิร์มชื่อ


ผมก็อธิษฐานอยู่นานมาก และ สุดท้ายก็ตอบว่า

โอเค ! ถ้าพระเจ้าจะให้ผมไปใหน แม้ดูด้วยสายตาว่าไม่พร้อม (พ่อจะอยู่อย่างไร,จะเอาเงินที่ใหน)

ผมก็ตัดสินใจไปด้วยความเชื่อ !

จะลาออกภายใน 1 เดือน และพร้อมเดินทางภายใน พ.ย. 2006

หลังจากตัดสินใจไปแล้ว ผมเกิดสันติสุขมาก ไม่สามารถหยุดร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าได้เลย

ผมร้องเพลงทั้งวัน ทั้งๆที่รู้ว่า เรื่องที่จะต้องจัดการ และประสานงาน มีรออีกเป็นภูเขา :)


แต่เหตุการณ์นั้น ก็เป็นเพียงแค่เหตุการณ์ที่พระเจ้าส่งมาทดสอบผมเท่านั้น

เพราะว่าหลังจากนั้น ก็มีการส่งอีกทีมหนึ่งไป ซึ่งเป็นทีมที่พร้อมกว่า และเตรียมการมานานกว่า

ในช่วงเดียวกันนี้พระเจ้าก็ส่งเหตุการณ์อีกอันมาทดสอบผมอีก

เพื่อให้แน่ใจว่า ที่ไปน่ะไม่ได้ไปเที่ยวนะ และ เชื่อฟังผู้นำจริงๆ หรือ เชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ


ก็มีอีกทีมหนึ่งที่กำลังจะเดินทางไปพันธกิจที่แอฟริกา

โดยไปทำงานเพื่อเลี้ยงค.จ. ในการเริ่มต้นตั้ง ค.จ.  (ภาษาพระคัมภีร์เรียก ไปเย็บเต้นท์ เหมือน อ.เปาโลที่เย็บเต้นท์เพื่อหาเงินมาสนับสนุนงานรับใช้)

โดยที่ทีมนี้ ยินดีที่จะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และ ให้เงินเดือนทำงานเหมือนเป็นพนักงานประจำ

ซึ่งผมยินดีอย่างยิ่งถ้าจะได้ไป เพราะจะได้ร่วมกันสนับสนุนในงานบุกเบิก

แต่เพราะว่าพระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนที่มนุษย์มองเห็น และพระองค์ทรงเตรียมผมไว้สำหรับอีกที่หนึ่งแล้ว...

อสย 55:9 "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใดวิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้าและความคิดของเราก็สูงกว่าความคิดของเจ้าฉันนั้น"

บทสรุปของเหตุการณ์นี้คือ พระเจ้าไม่ให้ไป, ผู้นำไม่อนุญาติ

 

ในช่วงนั้นเอง ทางฮิลตันก็ได้มีข่าวมาเป็นระยะๆว่า

Hilton ที่ Europe + Asia ได้รวมตัวกับ Hilton ที่ America แล้ว

และทางเราต้องปรับระบบทุกอย่างให้เหมือนอเมริกา ภายในปี 2008-2009

ซึ่งแปลว่าทาง Hilton ที่นี่ ต้องส่งใครสักคนไปเป็นทีมงานเพื่อฝึกอบรมและศึกษาดูงาน

แต่โรงแรมที่มีสาขา 3,000 กว่าแห่ง ทุกแห่งมีคนเก่งๆอยู่มากมาย ผมจะเข้าไปในนั้นได้อย่างไร ?

ผมจึงได้ยื่นใบสมัครไปตามขั้นตอนแบบไม่หวังอะไรมาก

คิดว่าถ้าพระเจ้าให้ไปก็ดีเราก็ไป  ถ้าพระเจ้าไม่อนุญาติ ไม่ไปก็ได้...


เหตุการณ์เริ่มงวดเข้ามาเรื่อย

จาก ตะวันออกกลาง + เอเชียแปซิฟิค

ตอนนี้มีคนที่เข้ารอบ 3 คนแล้ว

1. ผู้จัดการฝ่ายไอที ที่ฮิลตันเซี่ยงไฮ้

2. รองผู้จัดการฝ่ายไอที ที่ฮิลตันศรีลังกา

3. หัวหน้าฝ่ายไอที (ตำแหน่งเล็กที่สุด, อายุงานน้อยที่สุด) ที่ฮิลตันบางกอก (ผมเองครับ ^__^ )

ตอนนี้ ผมเริ่มตั้งอกตั้งใจอธิษฐานกับพระเจ้าแล้ว เพราะ

สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยินและสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์" (1 ค.ร. 2:9)


เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (7 มี.ค. 2007)

หลังจากการทำงานหฤโหด ทำงานมาครบ 72 ชั่วโมง

แบบได้หลับได้นอนจริงๆ ครั้งละไม่เกิน 3 ชั่วโมง

และเพลียสุดๆ

ก็ได้เห็นอีเมล์ฉบับหนึ่ง

เขียนว่า

Arthit, What is your passport name and number?

(อาทิตย์, ชื่อพาสปอร์ตกับเลขพาสปอร์ตของคุณคืออะไร)

ผมรู้สึก งงๆ มือสั่นๆ...ตกลงนี่ผมได้ไปหรือยัง ?

พอตอบกลับไปสักพักก็มีอีเมล์มาอีก..

Arthit, Call me at my cell phone.

(อาทิตย์ โทรกลับมือถือผมด้วย)

เป็นเจ้านายจาก เซี่ยงไฮ้ นั่นเอง


ตอนนั้นโทรไปแบบสั่นๆ

เจ้านายถามว่า

Harry : เฮ้, อย่าทำให้ผมผิดหวังนะ คุณเดินทางต่างประเทศบ่อยๆได้หรือเปล่า ?

Vee : ได้ครับ (ได้สิ...ปะโท่ ที่สมัครไปก็เหตุนี้แหละ)

Harry : มันเหนื่อยนะ ต้องนอนในโรงแรมตลอดเลย แล้วต้องเดินทางหลายประเทศด้วย !

Vee : อ๋อแน่นอนครับ ผมเคยทำมาก่อนสมัยวิ่งซ่อมคอมแถวๆต่างจังหวัด เหมือนที่คุณเห็นใน  CV น่ะแหละ

(ใจคิด... ปะโท่..นอนโรงแรมประหยัดตังค์จะตาย บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ มีคนออกตั๋วเครื่องบินให้อีก)

Harry : Are you sure ? You must be there before 10th of April.  (10 เม.ษา นี้ คุณต้องไปถึงทีอังกฤษแล้วนะ ไหวเหรอ? )

vee : ไหวซิคร๊าบบบ ( Certainly Sir! )

Harry : ข้อสุดท้าย ..เงินเดือนไม่สูงนะ คิดว่าไม่เกิน 1,500 US$


Vee vi (เก็บอาการดีใจ ค่อยๆตอบไป) : ก็ Ok นะครับ ผมรับได้


Harry : Okay, Pack your things, prepare and ready before that days..(เอาล่ะ เตรียมของให้พร้อมก่อนวันนั้นนะ)

Say good bye to your mom & dad ... and your Girl Friend too.  (บอกลาคุณพ่อคุณแม่และแฟนของคุณได้เลย)(ยังไม่มีคร๊าบบบ)

Contract would be two years. (สัญญามีผลประมาณสองปี)

 

สรุป

1. ผมได้ไปอังกฤษแน่ๆครับ อธิษฐานเผื่อเรื่อง วีซ่าด้วย

2. คิดว่าจะได้ไปรับใช้ที่ London เป็นส่วนใหญ่ ยังไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง อธิษฐานเผื่อผมด้วยนะครับ

นอกจากจะต้องไม่เป็นภาระแล้ว ยังต้องมีส่วนร่วมในการรับใช้ด้วยครับ

3. อาจจะต้องเดินทางไปหลายประเทศ ขอให้ได้ใช้เวลา 70 % ที่อังกฤษ เพื่อร่วมรับใช้กับพี่น้องครับ

4. เวลาของพระเจ้าดีที่สุดจริงๆแฮะ

5. สองปีไม่สั้นไม่ยาวไป แล้วเจอกันนะครับ NGP

6. ลุ้นว่า กลับมาอาจได้เป็น Regional Manager ของ Asean อธิษฐานเผื่อด้วยนะครับ

7. ไปอยู่ที่ Watford ครับ ห่างจาก London ประมาณ 1 ชั่วโมง

8. ต้องปรับตัวเรื่องภาษาและวัฒนธรมมมากๆเลยครับ อฐ. เผื่อด้วย :)

 


 

แนะนำตัวจ้า

 
 
ชื่อ วี
ชื่อเล่น วีวี่
ชื่อแบบจริงจังเลยนะ อาทิตย์...
.
หน้าตา .... มีคนพยามบอกว่าเราเป็นลูกครึ่งอะไร
เราก็ได้แต่บอกว่า เราเป็นลูกพระเจ้า อิอิ

ทำงานครั้งแรกแบบหางานเอง และรับเงินเดือนเอง
ไม่นับทำงานกับที่บ้าน ประมาณปี 2535 - 2537
 
เริ่มงานแรกๆ
ก็ เสิร์ฟตามห้องอาหาร

แล้วก็มาทำงานเป็น รีเซพชั่น

ไนท์แคชเชียร์ , ทำงานห้องอัด สวพ 91,
 
ดันกิ้นโดนัท, ขายคอมพิวเตอร์, ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ , เจ้าของธุรกิจคอมพิวเตอร์ + เกมส์
 
จนมาเป็นผู้บริหารแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ช่วงปี 2000 - 2005
 
ปัจจุบัน เป็นลูกจ้างอยู่ฮิลตัน ก็เลยเปลี่ยนนามสกุลเป็น อาทิตย์ ฮิลตันเป็นที่เรียบร้อย...
 
และเป็นที่ปรึกษาระบบงานโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งแถวๆเชียงใหม่ ...
 
 
ชอบทำงานบน Macintosh และ PC
 
ทำอะไรมาหลายอย่าง ... แต่ไม่อยากจะบอกเลยว่า
 
การมารู้จักพระเจ้า เป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่
 
จากที่ไม่เคยพึ่งพาอะไรใครเลย...ตอนนี้รู้แล้วว่ามีพระเจ้าเดียวเท่านั้นที่ช่วยเราได้

เป็นคนติดจะตลกโปกฮานิดๆ....

อยากรู้จักเพื่อนๆทุกๆคน
 
เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า "You're better than you know"

และ You never walk alone....
 
อิอิ

;)
12/13/2006

The Lord is my Shepherd, I have everything I needed. (Psalms 23:1)

มีพระพรจะเล่าให้ฟัง
 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ไปนมัสการที่ IF สุขุมวิท ซอย 5
กำลังนั่งรถ Taxi เข้าซอย  ปรากฎว่ารถในซอยมันติดมาก
 
ถนนมีสองเลน  เลนซ้าย มีรถจอดอยู่ เลนขวา  ก็เป็นรถแท็กซี่ของเราจอดอยู่
เราก็เลยจ่ายตังค์ กำลังจะลง
 
พอเปิดประตูปั๊บ มอเตอร์ไซค์มาจากใหนก็ไม่รู้ มาชนประตูแท็กซี่ฝั่งที่เรากำลังนั่ง
 
พอชนปุ๊บ   เขาก็เอียงไปหารถอีกคันที่จอดข้างๆ
 
เราก็ตกใจมาก ลงมาดูคนขับมอเตอร์ไซค์ ปรากฎว่า ไม่เจ็บ และรถไม่เสียหาย
แต่รถ Volvo อีกคันที่จอดอยู่เฉยๆ ประตูบุบไปเลย
 
เจ้าของรถ Volvo ซึ่งเป็นรถ Taxi ป้ายดำก็เดินหน้าตาถมึงทึงมา จะเอาเรื่องให้ได้
เรียกร้องเงิน 1,800 ค่าซ่อม
ทางมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  ก็มีเพื่อนๆเขาเดินมาพูดจาไม่ดี  จะหาเรื่อง
โอย..  เราอธิษฐานตลอดเลย
 
ก็โทรไปปรึกษารุ่นพี่นัทที่โบสถ์ ที่เขาเป็น เนติ  เขาก็บอกว่า กรณีอย่างนี้เราผิดเต็มๆ
 
เราก็โอเค  ใจเตรียมว่าต้องเสียเงินแน่ และก็ยอมรับผิดแล้วล่ะ
แต่เนื่องจากอยากทำให้ถูกต้อง จึงโทรตามตำรวจ
 
เพื่อที่ว่าจะได้มีเอกสารยืนยัน  เพราะไม่งั้นอาจะเป็นเหตุให้เขามาขู่เราทีหลังได้
 
แล้วพระเจ้าก็เข้ามาช่วยกู้ตรงนี้แหละ
 
พอคิดถูกต้องปั๊บ
ตำรวจมาปุ๊บ
 
เจ้าของรถเอย..  มอเตอร์ไซค์เอย
 
พร้อมใจไม่อยู่  ขับรถหนีไปดื้อๆ
 
เรียกว่าเจ้าทุกข์ไม่อยู่  ก็ยกประโยชน์ให้จำเลยไป   งง ไปเลย....
 
แหะๆๆ..
 
แต่เรายืนตรงนั้นเกือบชั่วโมง
 
นัดผู้สนใจไว้ด้วย
 
ทำให้ถ้าเราไปแถวนั้นอีก  พวกคิวรถคงจำหน้าเราได้
 
ต้องหาวิธีเดินทางเข้าไปเลยไม่แวะ
 
พระพรก็คือ
 
พระเจ้าสอนให้เราไว้วางใจพระเจ้า 
แม้จะดูเหมือนลำบาก
แม้ดูเหมือนไม่มีทางชนะ
แต่ถ้าพระเจ้าจะช่วย
พระเจ้าก็ช่วย  จุดสำคัญคือ เรายอมรับว่าเราผิด (รู้ว่าเป็นคนบาป)
อยากจ่ายเงินชดใช้ให้ (กลับใจจริง)
แต่ขอทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง (ขอกลับมาหาพระเจ้า)
 
แค่นี้จริงๆ
 
ที่พระเจ้าก็เห็นท่าทีในใจเรา และช่วยกู้เรา โดยที่เราไม่ต้องจ่ายราคา
แต่พระเยซูมาจ่ายแทนจริงๆ
 
เหตุการณ์คราวนี้ ทำให้เราเข้าใจเรื่องหลักการกลับใจได้มากขึ้น และเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นตัวอักษรอีกต่อไป
และพระเจ้าก็มาสอนเรื่องการไว้วางใจในพระเจ้า เมื่อยามสถาณการณ์คับขันอีกด้วย
 
เรียกว่า วันนั้นเหตุการณ์เดียว พระเจ้าก็สอนอะไรมากมายเลยนะ
:)

 

ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ


อย่าถามว่า"ทำไม?" แต่ให้ถามว่า "ผู้ใด?"



อ่าน: สดุดี 42

---------------------------------------------------------------------------


ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ความปรารถนาทั้งสิ้นของข้า
พระองค์ก็แจ้งอยู่กับพระองค์ การถอนหายใจของข้าพระ-

องค์คงไม่พ้นที่พระองค์ทรงทราบ - สดุดี
38:9

---------------------------------------------------------------------------


อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอเสเคียล 22-23 1 เปโตร 1

ขณะที่ไปร่วมเสวนากับบรรดาพ่อแม่ที่สูญเสีย ลูก
ผมต้องประหลาดใจที่ผมได้เรียนรู้หลาย อย่างจากสิ่งที่ได้ฟัง
เราไปที่นั่นเพื่อช่วยอนุสาสกหนุนใจผู้ที่กำลังโศกเศร้า
แต่กลับกลายเป็นว่าเราได้เรียนรู้จากกันและกัน
คุณแม่คนหนึ่งเพิ่งสูญเสียลูกสาวที่ยังเป็นทารกไปด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
เธอได้แบ่งปันความ จริงที่เรียบง่ายแต่น่าประทับใจกับผมว่า เธอพยายาม
คิดให้ได้ว่า "ทำไม" โดยปรึกษาพ่อของเธอ พ่อบอก กับเธอว่า
เธอน่าจะถามว่า "ใคร" มากกว่า ท่านอธิบายว่า
เธอไม่มีวันรู้ได้ว่าทำไมลูกสาวของเธอจึงต้องจากไปตั้งแต่ยังแบเบาะ
แต่หากเธอแสวงหา
ว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ใดในสถานการณ์เช่นนี้น่าจะช่วยเธอได้มากที่สุด

ลองคิดดูว่าสิ่งนี้จะมีความหมายอะไรบ้างเมื่อเราเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก
เมื่อเราพบกับความเสียใจที่ไม่คาดคิด แล้วเราตั้งคำถามว่า "ใคร"
คำตอบที่เราได้รับคือ "พระบิดาผู้ทรงความเมตตา
พระเจ้าแห่งความชูใจทุกอย่าง" (2 คร.1:3) เมื่อเรา อ่อนกำลัง
เราจะพบว่า "พระเจ้าทรงเป็นพระศิลา ป้อมปราการ
และผู้ช่วยกู้ของข้าพระองค์" (สดด.18:2)
เมื่อดูเหมือนว่าความชั่วร้ายมีอยู่ทั่วไปในโลก เราสามารถรู้ได้ว่า
"
ไม่ช้าพระเจ้าแห่งสันติสุข
จะทรงปราบซาตานให้ยับเยินลงใต้ฝ่าเท้าของท่านทั้งหลาย"(รม.16:20)

เมื่อใจคุณถามว่า "พระเจ้าข้า ทำไม?" ให้คุณถามใหม่ว่า "พระเจ้าข้า
พระองค์ทรงเป็นผู้ใด?" แล้วให้แสวงหาพระองค์จากพระวจนะของพระองค์ - JDB




ยิ่งกังวลยิ่งเพิ่มความสงสัย ว่า "ทำไม ทำไม ทำไมหนอ"

ยิ่งสงสัยยิ่งกลัวไปจนใจฝ่อ จะยังไงกันต่อแสนหนักใจ

คุณจะได้คำตอบหากพบว่า ทางข้างหน้าแม้คุณหารู้ไม่

แต่มีองค์พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ อนาคตแม้แสนไกลทรงทราบดี

- Flint




ในทะเลทรายแห่งความโศกเศร้า
พระเจ้าทรงจัดเตรียมแหล่งน้ำแห่งพระคุณไว้ให้

7/9/2006

ซุปเปอร์มาร์เก็ตของพระเจ้า

นานมาแล้วขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเดินอยู่บนถนนแห่งชีวิตอันยาวไกลวันหนึ่งข้าพเจ้าได้เห็นป้ายติดไว้ว่า
"ซุปเปอร์มาร์เก็ตของพระเจ้า"
 
 เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปใกล้ประตูอัตโนมัติได้เปิดออกข้าพเจ้าเดินเข้าไป
มีฑูตสวรรค์มากมายยืนเรียงรายต้อนรับ
ฑูตสวรรค์องค์หนึ่งหยิบตะกร้ามาให้แล้วกล่าวว่า "ช้อปปิ้งตามสบายนะ  ทุกสิ่งที่คริสเตียนจำเป็นต้องใช้อยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ และถ้าวันนี้ขนไปไม่หมดวันหลังมาเอาใหม่ได้" ก่อนอื่นข้าพเจ้าหยิบความอดทนและความรักซึ่งอยู่ในแถวเดียวกัน  ถัดไปก็หยิบความเข้าใจซึ่งคิดว่าต้องใช้บ่อยๆในการดำเนินชีวิต  ข้าพเจ้าหยิบสติปัญญา 2 กล่องความเชื่อ 2 ถุงและรับเอาพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งลอยอยู่ทั่วไป
 

ข้าพเจ้าหยิบความเข้มแข็งและความกล้าหาญเพื่อจะใช้ในการต่อสู้ชีวิตจริง ตะกร้าจวนเต็มแล้ว  แต่ข้าพเจ้าไม่ลืมพระสิริ  ข้าพเจ้าหยิบความรอดเพราะความรอดนั้นฟรี  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงต้องเอาไปให้มากเพียงพอสำหรับเผื่อคนอื่นด้วยหลังจากนั้นข้าพเจ้าเดินไปที่เคานท์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน
 
ขณะเดินไปข้าพเจ้าเห็นการอธิษฐานและได้หยิบใส่ตะกร้าเพราะรู้ว่าจะช่วยให้ข้าพเจ้าชนะการทดลองและไม่ตกหลุมความบาป  สันติสุขและความชื่นชมยินดีมีอยู่มากมายในชั้นสุดท้ายเพลงสดุดีและเพลงสรรเสริญแขวนไว้เกลื่อนกลาด
 
สุดท้ายข้าพเจ้าได้พูดกับฑูตสวรรค์ที่เคานท์เตอร์ว่า "ข้าพเจ้าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ ? "
ฑูตสวรรค์องค์นั้นยิ้มเล็กน้อยแล้วบอกว่า "อย่าลืมเอาสิ่งเหล่านี้ติดตัวไปทุกหนทุกแห่งนะ "
ข้าพเจ้าถามอีกครั้งว่า "ข้าพเจ้าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ ?”
ฑูตสวรรค์องค์นั้นยิ้มอีกแล้วพูดว่า
"น้องรักพระเยซูได้เหมาจ่ายทั้งหมดนี้แทนเจ้ามานานแล้ว "
 
คัดลอกจาก WWJD.com
7/7/2006

ทำไม Server มันไม่ดาวน์

รอแล้วรอเล่ามาสาม-สี่วันละ
 
   ไมครอสเจ้ากรรมก็ไม่ดาวน์ซะที
 
เอ๊ะๆๆ   หรือจะเสถียรแล้ว
 
แต่ยังไว้ใจไม่ได้
 
 
มันจะชอบล่มตอนเราไปโบสถ์ทุกที
 
  ........   หรือมารมันจะเล่นเราหว่า  555
7/5/2006

I'm Soaked of Blessing !

WoW !!
 
 
 
    พระเจ้าน่ารักมากๆ...
ช่วงนี้ อยากได้ไปเชียงใหม่  อธิษฐานขอมาตลอด 6 เดือน
 
6เดือนข้างหน้าก็ได้ไปแบบ ชุ่มปอดไปเลย
 
ถ้าได้ไปก็มีผลพลอยได้หลายอย่าง
 
1. ได้ดูลู่ทางทำธุรกิจที่นู่น
2. ได้เจอเพื่อน - พี่น้องเก่าๆที่โบสถ์
3. ได้พักผ่อน
4. ได้ตังค์ใช้ (อันนี้สำคัญ)
 
 
 
แถมสิ่งที่เคยอธิษฐานขอพระเจ้าเมื่อตอนเชื่อใหม่ๆ
1. ขอให้ได้เป็นทีมนักร้องวงนมัสการ (ตอนนี้ได้แล้ว)
2. ขอให้ได้งานที่ฮิลตัน (ตอนนี้ได้แล้ว)
3. ขอให้ปลดหนี้หมด (ใกล้ละ !)
4.  ขอให้มีโอกาสไปทำพันธกิจต่างประเทศ (สู้ๆ )
 
 
 
 
 
ขอบคุณพระเจ้าจริงๆ
 
พระเจ้าน่ารัก ที่ให้เมื่อเราพร้อม  และให้เมื่อเราคู่ควรที่จะได้
 
เอเมน....